วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ถ้าคิดอยากเลิกเครื่องดื่มหวานเย็น ทำยังไงถึงจะเลิกได้

          หนุ่มสาวออฟฟิตสมัยนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะตอนเช้า และหลังเที่ยง คือการถือแก้วกาแฟ ชาเขียว ชาเย็น แล้วแต่ชอบ เข้ามาดื่มในบริษัทจนเป็นภาพที่คุ้นตา ประหนึ่งว่ามันคือส่วนสำคัญในชีวิตที่แยกออกจากกันไม่ได้ พอดื่มขึ้นมาทีไรเหมือนกับยกสวนน้ำตกหรรษามาบนโต๊ะทำงานด้วย เพราะมันสดชื่นมีเรี่ยวแรงมีพละกำลังในการทำงานอย่างบอกไม่ถูก  ความสดชื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องที่มาพร้อมกับสิ่งที่ดีมักมาคู่กับข้อเสียเสมอ นั้นคือปริมาณน้ำตาล นมข้มหวาน คอฟฟีเมท ที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มเหล่านี้ ยังไม่นับรวมวิปปิ้งครีม กับชอกโกแลตที่เป็นท็อปปิ้งแสนอร่อย และมักจะเข้าใจว่าติดกาแฟบ้าง ติดชาเขียวบ้าง แต่แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่กำลังติดอยู่จนหยุดดื่มไม่ได้ คือ น้ำตาล และความมันของคอฟฟี่เมทต่างหาก ถ้าติดกาแฟจริงการดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลไม่น่าจะใช่ปัญหา การดื่มชาเขียวเย็นไม่ใส่น้ำตาลก็ควรจะดื่มได้คล่องคอไม่ติดอะไร แต่ถ้าหากลองดื่มแล้วสรุปว่าดื่มไม่ได้ นั้นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราติดน้ำตาลอย่างแท้จริง
          มีนักดื่มหลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพ ออกกำลังกาย ทานอาหารคลีนที่คิดว่ามีประโยชน์ที่สุด เลิกทานข้าวขาว มาทานข้าวโอ้ต ข้าวกล้อง ทานผักผลไม้เพิ่มขึ้น แต่กลับเลิกเครื่องดื่มหวานเย็นยังไม่ได้ ยิ่งเดินผ่านความอยากก็พุ่งกระชู้ดขึ้นมาทันที จนต้องไปซื้อหามาดื่มให้สมใจ วิธีการเลิกเครื่องดื่มหวานเย็นเหล่านี้ไม่แนะนำให้หักดิบ แบบเลิกดื่มกระทันหัน เนื่องจากเราดื่มมาเป็นประจำทุกวัน การเลิกดื่มแบบฉับพลันจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดความอยากมากขึ้น เมื่อถึงจุดที่ทนไม่ไหวเราจะกลับมาดื่มในปริมาณที่มากกว่าเดิมหลายเท่า วิธีการเลิกที่ดีที่สุดคือค่อย ๆ เลิก คำว่าค่อย ๆ เลิกหมายความว่า เราจะค่อย ๆ ตัดความอร่อยที่เราชื่นชอบออกไปจากเครื่องดื่มแก้วโปรด ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่น อยากจะเลิกดื่มชาเขียนเย็นราดวิปปิ้งครีม มาดูสิ่งที่จะเริ่มทยอยตัดออกจากเครื่องดื่มกันดีกว่า


สัปดาห์ที่ 1-2 ตัดวิปปิ้งครีม ถ้าราดคาราเมลหรือชอกโกแลต ให้ตัดออกพร้อมกัน
สัปดาห์ที่ 3-5 ตัดวิปปิ้งครีม และลดปริมาณน้ำตาลลง 1 ช้อนทุกสัปดาห์ จนกว่าจะไม่ใส่น้ำตาล
สัปดาห์ที่ 4-6 ตัดวิปปิ้งครีม ตัดน้ำตาล และลดปริมาณนมข้นหวานลง 1 ช้อนทุกสัปดาห์ จนกว่าจะไม่ใส่นมข้นหวาน
สัปดาห์ที่ 7-8 ตัดวิปปิ้งครีม น้ำตาล นมข้น ลดปริมาณคอฟฟี่เมทลง 1 ช้อนทุกสัปดาห์ จนกว่าจะไม่ใส่คอฟฟี่เมท
จะเห็นได้ว่าระยะเวลาการตัดความอร่อยออกจากเครื่องสุดโปรดของเราจะใช้ระยะเวลา 2 เดือน ซึ่ง

ระหว่างนี้ความอยากเครื่องดื่มจะลดลงเองตามลำดับ และอยากจะบอกว่าเป็นการลดความอยากแบบถาวร เพราะเราสร้างการรับรู้ให้ร่างกายแล้วว่าเครื่องดื่มที่เราเคยชอบ มันไม่อร่อยอีกต่อไป จนไม่จำเป็นต้องดื่มอีก ต่อให้เดินผ่าน หรือเห็นคนรอบข้างดื่ม เราก็จะไม่รู้สึกอยากดื่มอีกเพราะรสชาดที่ร่างกายคุณจำได้คือ เครื่องดื่มที่รสชาดปราสจากน้ำตาล และคอฟฟี่เมทนั้นเอง